Laser for Striae Gravidarum
สารพันเลเซอร์ รักษาผิวแตกลาย ถ้าหากคุณเคยเป็นสาวตุ้ยนุ้ย อวบอ้วน ร่างท้วมมาก่อน หรือเคยตั้งครรภ์ และผ่านประสบการณ์การเป็นคุณแม่มาแล้ว แน่นอนว่าต้องกำลังเผชิญกับปัญหาที่สร้างความกังวลใจในการอวดผิวสวยๆ ของคุณให้ใครเห็นอย่างแน่นอน ก็เพราะเจ้าผิวแตกลาย ตัวการสร้างความไม่มั่นใจ ที่ทำให้คุณอดโชว์ผิวสวย อดใส่เสื้อเอวลอยหรือกางเกงขาสั้นไปอวดใครต่อใคร เพราะผิวแตกลายยังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้เห็น ทั้งหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือแม้แต่สะโพก ที่ยังตามหลอกหลอนคุณไม่หาย แต่วันนี้ไม่ต้องกังวลใจอีกต่อไป เพราะเราได้รวบรวมสุดยอดเลเซอร์ในการรักษาผิวแตกลาย ที่จะทำให้คุณกลับมาเผยผิวสวยได้อีกครั้ง เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ที่กำลังมองหาช่องทางการรักษาผิวแตกลายได้พิจารณาและตัดสินใจเลือกเป็นแนวทางในการรักษาต่อไป

สาเหตุของการเกิดผิวแตกลาย
ผิวแตกลายเกิดจากการยืดขยายอย่างต่อเนื่องของผิวหนังและเนื้อเยื่อในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้เกิดการทำลายโครงสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ซึ่งโดยปกติแล้วผิวหนังของคนเราสามารถปรับตัวและยืดขยายได้ตามการเจริญเติบโตของร่างกาย แต่ในกรณีที่มีการยืดขยายของผิวหนังอย่างรวดเร็ว ก็อาจทำให้เกิดปัญหาผิวแตกลายขึ้นได้ ซึ่งพบได้บ่อยที่สุดในคนตั้งครรภ์ มักเป็นบริเวณท้องหรือหน้าอก และยังพบในคนที่อ้วนอย่างรวดเร็ว หรือในวัยรุ่นที่กำลังเจริญเติบโต โดยผิวแตกลายจะพบได้ที่ต้นแขน ต้นขา หลัง ท้อง หรือสะโพก รวมถึงยังเกิดในคนที่รับประทานยาสเตียรอยด์หรือทาครีมที่มีสเตียรอยด์เข้มข้นสูงนานเกินไป ก็ทำให้เกิดผิวแตกลายได้เช่นกัน ซึ่งระยะทั่วไปของผิวแตกลายจะมีสองระยะคือ ระยะแรกผิวจะแตกลายและเกิดรอยแดงขึ้น เนื่องจากมีการซ่อมแซมของผิว และมีเส้นเลือดฝอยเข้ามาเลี้ยงผิวบริเวณนั้นค่อนข้างมาก พอผ่านไปอีกระยะหนึ่งสีก็จะจางลง และกลายเป็นสีขาว
แนวทางการรักษาผิวแตกลาย ในการรักษาผิวแตกลายนั้น สามารถรักษาได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้
1. การใช้ครีมทารักษาผิวแตกลาย เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุด และเป็นวิธีพื้นฐานของการรักษา ซึ่งเหมาะกับผิวที่เริ่มมี ปัญหาแตกลายใหม่ๆ และยังมีร่องไม่ลึกมากนัก
2. การรักษาด้วยทรีตเม้นท์ต่างๆ เช่น การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี( Microdermabrasion ) หรือผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้ ( Chemical Peel) ก็จะช่วยทำให้ผิวดูเรียบขึ้นโดยการกำจัดเซลล์ชั้นบนออกไป
3. การรักษาด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Carboxytherapy คือการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปบริเวณที่ต้องการรักษาเพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือดและออกซิเจน ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นวิธีที่เจ็บมากหากไม่รักษาร่วมกับการใช้ยาชา โดยวิธีนี้ให้ผลการรักษา 30-60%
4. เลเซอร์แบบต่างๆ เช่น เลเซอร์ทำลายรอยแดง แสงความเข้มข้นสูง ( FPL,IPL ) กระตุ้น Collagen และปรับสีรอยแตกลายให้ใกล้เคียงกับผิวปกติ และเลเซอร์สร้างผิวใหม่ ( Fractional Resurfacing ) คล้ายการรักษาหลุมสิว ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยก่อน แต่ในปัจจุบันมีเลเซอร์ที่เป็นทางเลือกในการรักษาผิวแตกลายใหม่ๆ อีกมากมาย
เลเซอร์รักษาผิวแตกลาย
ปัจจุบันนี้มีเลเซอร์หลายแบบที่ใช้รักษาผิวแตกลาย ซึ่งเลเซอร์ต่างๆ นั้น มีดังนี้
YAG Laser - เป็นเลเซอร์ที่มีคุณสมบัติกระตุ้นคอลลาเจนอีกชนิดหนึ่งที่ลงได้ลึกมากที่สุด และสามารถทำให้ผิวชั้นบนที่บอบบางเต็มขึ้นได้ ซึ่งเป็นอีกตัวหนึ่งที่ได้ผลดีมากในการรักษาผิวแตกลาย
ข้อดี เป็น Nd : YAG Laser ช่วยในการฟื้นฟูสภาพผิวให้กระชับ ทำงานโดยการส่งผ่านความร้อนลงไปที่ผิวชั้นกลาง โดยผิวชั้นบนได้รับความร้อนเพียงเล็กน้อยและไม่ทำงานกับเม็ดสีจึงไม่ทำลายผิวชั้นบน น้ำในเซลล์จะเป็นตัวรับความร้อนจากเลเซอร์ ความร้อนที่สูงขึ้นในผิวชั้นกลางจะทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่มีความสมบูรณ์แข็งแรงมากกว่าคอลลาเจนเดิม ทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรง แรงตึงผิวมากขึ้น รอยแตกลายลดลง จำนวนคอลลาเจนที่หนาแน่นขึ้นจะดันให้รอยหลุมตื้นขึ้นอย่างรวดเร็ว ผิวจึงกระชับขึ้น และไม่ต้องพักฟื้น หลังทำเสร็จสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ ผิวไม่ไวต่อแสง ไม่ต้องเลี่ยงแดด แต่หลังทำเสร็จใหม่ๆ บางคนจะมีรอยแดงเป็นจุดบางบริเวณที่ยิง แต่จะหายไปภายใน 20 นาทีถึง 2 ชั่วโมง ควรทำต่อเนื่องประมาณ 5-7 ครั้ง และควรทำตั้งแต่ผิวเริ่มแตกลายใหม่ๆ ถ้าปล่อยไว้นานจนเริ่มแตกเป็นสีขาวแล้ว ผลการรักษาจะมีการตอบสนองน้อย
Dual Yellow / V-Beam - ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาความผิดปกติของเส้นเลือดในรูปแบบต่างๆ โดยไม่ทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อหรือผิวบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งเน้นการรักษาผิวที่เกิดรอยแดง และกระตุ้น
Cytokines คือเอนไซม์จากเซลล์ที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน
ข้อดี ถือเป็นทางเลือกของผู้ที่ต้องการรักษารอยแดงจากผิวแตกลาย เพราะถูกออกแบบมาเพื่อรักษาความผิดปกติของเส้นเลือดโดยเฉพาะ แต่ก็ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังด้วยเช่นกัน แต่น้อยกว่าสองชนิดแรกที่มีคุณสมบัติกระตุ้นคอลลาเจนโดยตรง การรักษาควรเริ่มตั้งแต่รอยแตกและรอยแผลยังเป็นสีชมพู เลเซอร์จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง เพื่อทดแทนคอลลาเจนเดิมที่เสื่อมสภาพไปในขณะที่ผิวถูกยืดขยายออกมามากผิดปกติ ควรทำการรักษาร่วมกับวิธีอื่นด้วยเพื่อให้ได้ผลเร็วขึ้น รอยแผลจะดีขึ้นหลังทำการรักษาครั้งแรกประมาณ 7-8 สัปดาห์ การรักษาด้วยเลเซอร์ไม่ได้ทำให้แผลหาย 100% แต่ช่วยให้แผลดูดีขึ้นจากเดิม ควรทำการรักษาต่อเนื่อง 5-8 ครั้ง
Laser Roller - เป็นการรวมสองเทคโนโลยีไว้ด้วยกัน คือการยิงเลเซอร์ก่อนแล้วตามด้วยโรลเลอร์ หลักการคือยิงเลเซอร์ลงไปเพื่อเตรียมการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว แล้วใช้โรลเลอร์ตามเพื่อให้เกิดการสร้างคอลลาเจนตามบริเวณรูเล็กๆ ที่เกิดขึ้น ผิวก็จะกระชับขึ้น รอยแตกลายที่ลึกก็จะตื้นขึ้น
ข้อดี ในขั้นตอนการยิงเลเซอร์จะสามารถลงลึกได้ถึงผิวหนังชั้นกลาง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีคอลลาเจนอยู่ ความร้อนที่เกิดขึ้นจะช่วยฟื้นฟู Elastin ในผิวทำให้ผิวตึงและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ความร้อนนี้มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้เพิ่มมากกว่าเดิม ทำให้รอยลึกตื้นขึ้นและจางลงได้ ส่วนโรลเลอร์ หรือ Microsubcision เป็นการใช้ลูกกลิ้งเข็มขนาดเล็กมาก กลิ้งบนผิวชั้นบนเพื่อตัดเจาะผิวชั้นบน ทำให้เกิดรูเล็กๆ บนผิวชั้นบนจำนวนมาก วิธีนี้จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ทั่วบริเวณที่ผิวถูกเจาะไว้ด้วย Microsubcision นอกจากจะได้เซลล์ผิวใหม่แล้ว ในกระบวนการสร้างผิวนี้ ร่างกายยังสร้าง Collagen Fiber ขึ้นด้วยเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของโครงสร้างผิว ทำให้มีสารอาหารมาเลี้ยงผิวบริเวณนี้มากขึ้นด้วย ควรทำการรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 5-8 ครั้ง เมื่อสิ้นสุดการรักษาจะเห็นได้ว่าผิวแตกลายดีขึ้นประมาณ 60 %
Fraxel Laser - ถือเป็นเลเซอร์ที่ได้รับความนิยมมากอีกชนิดหนึ่ง เป็นเครื่องเลเซอร์ในกลุ่ม Scanner Fractional Laser ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาแผลเป็นหลุมและรอยแตกลาย พร้อมทั้งช่วยในฟื้นฟูสภาพผิว ลดเลือนริ้วรอยและกระชับรูขุมขน เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำการรักษา และไม่มีแผลหลังการรักษา
ข้อดี ทำให้รอยแตกลายดีขึ้นมาก ถ้าทำการรักษาตั้งแต่ระยะแรกที่รอยแตกยังเป็นสีชมพู โดยจะทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ในบริเวณรอยแตกลาย พร้อมกับสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพ ผิวบริเวณนั้นจึงมีความยืดหยุ่นกลับคืนมา ผิวจึงกระชับขึ้น รอยแตกลายจึงมีขนาดเล็กลง และเซลล์ผิวที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ซึ่งเป็นเซลล์ผิวคุณภาพดียังช่วยทำให้ความเงาของรอยแตกลายลดลงตามไปด้วย
จำนวนครั้งในการรักษา
การรักษาในระดับเบื้องต้น ควรทำการรักษาประมาณ 3-5 ครั้ง จึงจะเริ่มเห็นผล
ค่าใช้จ่ายในการรักษา
อยู่ในหลักพันถึงหลักหมื่น ขี้นอยู่กับขนาดของรอยผิวแตกลาย และชนิดของเลเซอร์



____________________________________________________________________________________
Fracxel laser technology restores a youthful look; erases pigmented areas, acne scars, surgical scars, melasma, and sun spots; and eradicates fine wrinkles.
Multiple treatments (4-5) are needed to achieve optimal results. This is an outpatient procedure, only requiring the topical application of an anesthetic cream. Side effects are limited to some sunburn-like redness which resolves in 1-2 days. The amazement is not only in the results of the laser but the speedy recovery, with almost no risk of complications and no downtime.
Fraxel™ technology may be a new paradigm for skin rejuvenation and reversing the signs of aging and will revolutionize the world of skin rejuvenation.
If you have always desired to rejuvenate your skin but have had fears of traditional laser resurfacing, you should consider this laser treatment. The results surpass any other laser technology on the market and blow away commonly known treatments like microdermabrasion and skin peels. Dr. Cameron Rokhsar has been a leading pioneer in the research and implementation of Fraxel™ Laser Treatment for patients. He worked on testing and developing of new parameters on a prototype laser four years ago alongside the world-renowned laser and cosmetic surgeon Richard Fitzpatrick, MD and helped pave the way for the laser to be available commercially. He is currently one of the world's most experienced physicians with regards to this laser. In fact, he has trained more doctors on the use of this laser in the United States and around the globe than any other physician.
Dr. Rokhsar has been featured on MDlive.net (a medical online education site for physicians) on Fraxel laser and its uses in addition to other webinars for educational purposes. He has developed new uses for this laser. He has trained a number of physicians through workshops about the use of this laser and the technique. He was the first to introduce the wide clinical application of this laser technology. He has been a featured speaker on this subject at the American Society for Dermatologic Surgery, American Academy of Cosmetic Surgery, American Society of Laser Medicine and Surgery and the international Society for Cosmetic and Laser Surgeons.
Any body surface area and all skin types and colors can be treated. The following is a list of conditions that can be treated with fractional resurfacing:
- Wrinkles
- Poor texture
- Large skin pores
- Sun damage
- Sun spots
- Brown spots
- Acne scars
- Surgical scars
- Traumatic scars
- Melasma
- Uneven pigmentation
- Stretch marks
- Syringomas
- Pearly penile papules
The Fraxel re:store Dual wavelength laser
Erbium fiber laser (1550 nm)
Thulium fiber laser (1927 nm)
Non-ablative fractional skin resurfacing laser, the latest superlative dermatological laser technology for effective treatment of acne scars and collagen remodeling
Fraxel system is the gold standard for non-ablative skin resurfacing and rejuvenation