แก้สารแปลกปลอมน้องชายแล้วจะสั้นลงไหม? คลายกังวล คืนความมั่นใจ ขนาดและรูปทรง อย่างถูกวิธี

แก้สารแปลกปลอมน้องชาย

การตัดสินใจเข้ารับการ แก้สารแปลกปลอม บริเวณอวัยวะเพศชาย  เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ต้องใช้ความกล้าและความตั้งใจอย่างมาก เพราะผู้ชายที่เคยผ่านการฉีดสารแปลกปลอมมา เช่น น้ำมัน ซิลิโคนเหลว พาราฟิน หรือสารที่ไม่ได้รับมาตรฐานทางการแพทย์เข้าสู่ร่างกาย มักจะประสบปัญหาตามมา ไม่ว่าจะเป็นอาการอักเสบ บวมแดง เจ็บปวด ตึงรั้ง ปูดเบี้ยว หรือเกิดแผลติดเชื้อเรื้อรัง 

สิ่งที่ทำให้หลายคนเลื่อนเวลาการรักษาออกไปจนอาการลุกลาม ไม่ใช่เพราะไม่อยากหาย แต่เพราะความกลัวและความกังวลในใจที่ว่า ถ้าไปเลาะสารเหลวออกแล้ว น้องชายจะสั้นลงไหม หรือแก้แล้วรูปทรงจะเล็กลง เบี้ยว ดูไม่เหมือนเดิมหรือเปล่า? ความกังวลนี้เป็นเรื่องปกติมากๆ ที่จะต้องกังวลถึงขนาดและรูปร่างที่มีผลต่อความมั่นใจของผู้ชายอย่างมาก 

แก้สารแปลกปลอมแล้วน้องชายจะสั้นลง หรือเล็กลง จริงไหม?

เมื่อฉีดสารแปลกปลอมเข้าไป สิ่งที่เกิดขึ้นคือร่างกายมองว่าสารเหล่านั้นเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงสร้างพังผืดขึ้นมารอบๆ สารนั้น ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นพองโตขึ้น หนาขึ้น และมีขนาดรอบวงที่ใหญ่ขึ้นกว่าปกติ แต่นั่นไม่ใช่เนื้อเยื่อจริงของน้องชาย แต่เป็นพังผืด สารเคมี และอาการอักเสบที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนัง

หลังฉีดเสร็จจะรู้สึกว่ามีขนาดใหญ่ขึ้นในตอนแรก เลยกลายเป็นภาพจำเรื่องของขนาดไว้ เมื่อต้องมารักษาทำการเลาะออกจึงเกิดความกังวลและเกิดเป็นคำถาม 2 ข้อหลักๆ ที่พบบ่อย คือ

  1. กลัวว่าน้องชายจะเล็กลง ความรู้สึกว่าเล็กลงเกิดจากการที่นำเอาพังผืดและสารแปลกปลอมที่ค้างอยู่ออกไป
  2. กลัวว่าน้องชายจะสั้นลง ความกังวลว่ากระบวนการตัดเลาะแผลผ่าตัดจพไปดึงรั้งทำให้ความยาวหดสั้นลงไป

หลังเลาะสารออก เกิดอะไรขึ้นกับ ขนาด และ รูปทรง

1.ขนาดรองวง (ความใหญ่) จะลดลงกลับสู่ ขนาดธรรมชาติแบบเดิม

เมื่อผ่าตัดเลาะสารแปลกปลอมและพังผืดอักเสบออกไปแล้ว ขนาดรอบวงข้องน้องชายจะลดลงอย่างแน่นอน แต่ไม่ใช่การตัดเนื้อเยื่อดีออกไป เป็นเพียงการนำส่วนเกินที่เป็นอันตราายออก เพื่อให้เนื้อเยื่อผิวหนังรอบๆ กลีบมาสมบูรณ์และปลอดภัย ขนาดรอบวงที่เหลืออยู่จึงเป็นขนาดเนื้อเยื่อแท้ๆ ตามธรรมชาติเดิมก่อนที่จะไปฉีดสารมานั่นเอง

2.ความยาวอาจดูสั้นลงเล็กน้อย แค่ ช่วงแรก

คำถามที่ว่า ทำแล้วน้องชายจะสั้นลงไหม? คำตอบคือ ในช่วงแรกหลังผ่าตัด อาจจะดูเหมือนสั้นลงเล็กน้อย แต่ไม่ได้เกิดจากโครงสร้างแกนความยาวภายในถูกตัดสั้นลง แต่เกิดจากเหตุผลทางการแพทย์ดังนี้

  • อาการดึงรั้งของแผลผ่าตัด ในช่วง 1-2 เดือนแรก แผลผ่าตัดกำลังอยู่ในกระบวนการสมานตัวผิวหนังจะมีความตึง ดึงรั้ง และยังมีความบวมช้ำอยู่ ทำให้ดูเหมือนชายหดตัวสั้นลง
  • การปรับตัวของเนื้อเยื่อ เมื่อผิวหนังที่เคยขยายตัวผิดปกติถูกตัดแต่งให้กระชับเข้าที่ ผิวหนังจะมีความตึงแค่ชั่วคราว

เมื่อเวลาผ่านไป แผลเริ่มหายสนิท ผิวหนังและผืนเนื้อเยื่อคืนความยืดหยุ่น (โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน) ความตึงรั้งจะค่อยๆ หายไป และความยาวจะกลับคืนมาเท่ากับขนาดความยาวเดิมตามธรรมชาติ

3.รูปทรงจะเรียบเนียนและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ก่อนแก้สารแปลกปลอม มักจะทำให้เกิดก้อนปูด ตุ่มแข็ง รูปทรงบิดเบี้ยว หรือผิวขรุขระเหมือคลื่น การผ่าตัดแก้สารแปลกปลอมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการตกแต่งเลเยอร์ผิวหนังและจัดรูปทรงใหม่ แม้ในช่วงแรกอาจมีรอยแผลเป็นหรือการยุบบวมไม่เท่ากัน แต่นี่คือกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติ เมื่อเข้าที่ รูปทรงจะกลับมาดูเป็นธรรมชาติมากกว่าตอนที่มีสารแปลกปลอมค้างอยู่

แก้สารแปลกปลอมน้องชาย

ความเสี่ยงของการ ปล่อยทิ้งไว้ ไม่ยอมแก้สารแปลกปลอม

หลายคนกลัวสั้น กลัวเล็กลง จนเลือกที่จะทนอยู่ต่อไปกับสิ่งแปลกปลอม ด้วยความหวังดีจากหมอหน่อง อยากเตือนไว้ว่า การปล่อยสารแปลกปลอมไว้ในร่างกายระยะยาวมีอันตรายมากกว่าที่คิด

  • การอักเสบเรื้อรัง สารแปลกปลอมสามารถปล่อยสารเคมีสกัดกั้นการไหลเวียนเลือด ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย
  • แผลเน่าและผิวหนังตาย หากปล่อยไว้นาน เลือดจะไม่ไปเลี้ยงผิวหนังส่วนนอก ทำให้เกิดแผลเป็น หรือเนื้อเน่า
  • อาการเจ็บปวดขณะแข็งตัว พังผืดที่ดึงรั้งจะทำให้อวัยวะเพศโค้งงอผิดรูปอย่างรุนแรง และทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมากเวลาใช้งาน
  • ผ่าตัดยากขึ้นและเสียเนื้อเยื่อมากขึ้น ยิ่งปล่อยไว้นาน พังผืดจะกินลึกเข้าไปในแกนเนื้อเยื่อชั้นใน ทำให้เวลาผ่าตัดแก้ไขในอนาคต แพทย์จำเป็นต้องเลาะเนื้อเยื่อออกมามากกว่าปกติ ซึ่งส่งผลต่อรูปทรงมากกว่า

หลังแผลหายดีแล้ว แต่ยังกังวลเรื่องขนาด มีทางออกอย่างไร?

สำหรับคนที่เลาะสารแปลกปลอมออกไปเรียบร้อยแล้ว แผลหายดีแล้ว แต้ยังรู้สึกไม่มั่นใจในขนาดรอบวงที่ลดลงกลับไปเท่าขนาดเดิมตามธรรมชาติ สามารถเติมความมั่นใจด้วยฟิลเลอร์ทางการแพทย์

แก้สารแปลกปลอมน้องชาย

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์น้องชายหลังแก้สารแปลกปลอม

  1. ปลอดภัยได้มาตรฐาน การใช้สารเติมเต็ม มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารสกัดธรรมชาติที่ผ่านการรับรองจาก อย. ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดพังผืดอักเสบร้ายแรงเหมือนสารแปลกปลอม
  2. ปรับแต่งรูปทรงได้สม่ำเสมอ แพทย์สามารถคำนวณปริมาณการฉีดและดีไซน์ปรับแต่งรูปทรงน้องชายให้เรียบเนียน ได้สัดส่วนรอบวงที่ใหญ่ขึ้นตามความต้องการอย่างเป็นธรรมชาติ
  3. สลายได้ตามธรรมชาติ หากไม่พึงพอใจ สารฟิลเลอร์แท้สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ หรือสามารถฉีดสลายได้ ไม่เหลือค้างเป็นก้อนบิดเบี้ยว
  4. เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้นนาน เป็นการทำหัตถการปรับรูปทรงโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ซ้ำซ้อน

ขั้นตอนการดูแลตัวเองและการเตรียมตัวสำหรับผู้ที่ต้องการแก้สารแปลกปลอม

  1. ประเมินสภาพเนื้อเยื่อ แพทย์จะทำการตรวจเช็กปริมาณสารแปลกปลอม ระดับการดึงรั้งของพังผืด และสภาพผิวหนังภายนอก เพื่อวางแผนการผ่าตัดเลาะออกให้เสียน้อยที่สุดและปลอดภัยที่สุด
  2. ทำความเข้าใจผลลัพธ์ตามจริง หลังเลาะออกแล้วทรงจะเป็นอย่างไร ขนาดธรรมชาติเดิมอยู่ประมาณไหน แพย์จะอธิบายอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้มีความเข้าใจตรงกันและลดความกังวล
  3. ปฎิบัติตามคำแนะนำหลังผ่าตัดอย่างเคร่งครัด ทำความสะอาดแผลตามแพทย์สั่ง หลีกเลี่ยงการดึงรั้งแผล รอให้แผลเข้าที่ประมาณ 1-3 เดือน
  4. วางแผนเพิ่มขนาดอย่างปลอดภัย เมื่อแผลหายดีแล้ว หากต้องการเพิ่มขนาดรอบวง แพทย์จะช่วยประเมินการ ฉีดฟิลเลอร์น้องชาย เพื่อคืนความมั่นใจให้อย่างถูกหลักทางการแพทย์

การแก้สารแปลกปลอม ไม่ได้ทำให้น้องชายสั้นลงถาวร อาการสั้นลงเป็นเพียงความรู้สึกชั่วคราวจากความตึงของแผลในช่วงแรกเท่านั้น เมื่อแผลสมานตัวดีแล้ว ความยาวจะกลับมาเท่าเดิมตามธรรมชาติ ส่วนขนาดรอบวงจะลดลงมาอยู่ที่ขนาดจริงตามธรรมชาติ ซึ่งการเอาอันตรายออกจากร่างกายเพื่อสุขภาพในระยะยาว

แต่หากขนาดธรรมชาติเดิมยังไม่ตอบโจทย์ความมั่นใจ ยังมีนวัตกรรมทางการแพทย์มที่ปลอดภัยอย่างการ ฉีดฟิลเลอร์ เพื่อช่วย เพิ่มขนาดน้องชาย ปรับรูปทรงให้สมบูรณ์ได้ในภายหลัง

 

หมายเหตุ: ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับสถาพร่างกายของแต่ละบุคคล ควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำหัตถการ

Search

THE KLINIQUE

THE KLINIQUE (เดอะคลีนิกค์) ผู้นำอันดับ 1 นวัตกรรมยกกระชับปรับรูปหน้าและลดริ้วรอย ระดับเอเชียแปซิฟิค ตอบโจทย์ทุกศาสตร์ความงามให้กับ ทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย เพื่อความงามอย่างเป็นธรรมชาติในแบบฉบับของตัวเอง เน้นประสิทธิภาพการรักษาจากการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และนวัตกรรมทางการแพทย์มาตรฐานสหรัฐอเมริกา US FDA และยุโรป ทั้งนี้ด้านการยกกระชับ ปรับรูปหน้า ดูแลรูปร่าง ปัจจุบัน THE KLINIQUE มีเทคโนโลยีที่ดีที่สุด และได้รับมอบรางวัลผ้นำอันดับ 1 ทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติทําให้เดอะคลีนิกค์ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดตามเรา