

เปิดใจแบบหมดเปลือก กับอินฟลูฯ สายบิวตี้ ที่วันนี้ไม่ได้จะมาป้ายยาสกินแคร์หรือเครื่องสำอาง แต่จะมารีวิวเสริมจมูกครั้งแรก ที่เป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ หลังจากศึกษา หาข้อมูลมาหลายปี จนกระทั่งตัดสินใจ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ เจ้าตัวบอกเลยว่า ”รู้อย่างนี้ทำตั้งนานแล้ว”
สำหรับใครที่เจอกับปัญหา ดั้งแบน หน้าไร้มิติ และมีความกลัวในการทำศัลยกรรม บอกไว้เลยว่า หลังตัดสินใจทำ สิ่งที่ได้เปลี่ยนไปเลย โดยการตัดสินใจเสริมจมูกแท่งแรกนี้ เลือกทำจมูกด้วย เทคนิค Semi Open กับคุณหมอโซอา
ปัญหา ดั้งแบน ฟิลเตอร์ก็ช่วยไม่ได้
นี่คือจุดเริ่มต้นของความไม่มั่นใจ เดิมทีคุณมุกเป็นคนที่มีพื้นฐานจมูกค่อนข้างน้อย หรือที่เรียกกันว่า ดั้งแบน ส่งผลกระทบต่อชีวิตการงานโดยตรง เพราะการเป็น Influencer จะต้องอยู่หน้ากล้องตลอดเวลาทำงาน
หน้าตรงคือจุดบอด เพราะเวลาถ่ายรูปหน้าตรง หน้าจะดูแบนมาก ไม่มีมิติ แสงตกกระทบจมูกแทบไม่มีเลย อีกทั้งยังเสียเวลาแต่งหน้า เพราะต้องคอยเฉดดิ้งหรือคอนทัวร์ บริเวณจมูกนานมาก บางทีไฮไลท์มากไปจนดูหลอกตาเพื่อให้ดูมีสันขึ้นมา เวลาต้องถ่ายรูปถ่ายนิ่ง ทุกครั้งต้องพึ่งแอปฯ แต่งรูป เพื่อบีบจมูก ดึงสันขึ้นมา
แต่ที่สุดของความกลัวของคุณมุกคือ กลัวการศัลยกรรม กลัวเข็ม ไม่ชอบความเจ็บ และที่สำคัญทำออกมาแล้วกลัวโป๊ะ ซึ่งเป็นสิ่งที่กังวลมาก เพราะอยากมีความสวยแบบธรรมชาติในสไตล์เด็ก Gen Z


ทำไมเลือก เสริมจมูก Semi Open กับคุณหมอโซอา
คุณมุกเล่าว่า หลังจากหาข้อมูลเลือกที่ทำจมูกมาหลายที่ และดูรีวิวมาเป็นร้อยๆเคส ในที่สุดก็ตัดสินใจเลือก ทำจมูกกับคุณหมอโซอา ด้วยเทคนิค Semi Open ซึ่งมีเหตุผลหลักๆ อยู่ 3 ข้อ คือ
1.คอนเซปต์ความสวย ละมุนสไตล์ Gen Z
คุณหมอโซอาขึ้นชื่อเรื่องการทำจมูกที่ทำให้ใบหน้าดู ละมุนและเป็นธรรมชาติ โดยคุณหมอจะทำการวิเคราะห์รูปหน้าทั้งหมด เพื่อให้จมูกที่ทำออกมารับกับหน้าผาก ปาก และคาง ซึ่งเป็นสำคัญมาก เพราะเราอยากได้ความลงตัว ความสมดุล ไม่อยากได้จมูกที่แหลมหรือโด่งจนฝืนเนื้อเกินไป อยากให้เหมือนแม่ให้มา แต่เป็นเวอร์ชั่นที่มีมิติขึ้น สวยขึ้นกว่าเดิม
2.เทคนิค Semi Open คือคำตอบที่ลงตัว
ในตอนแรกคุณมุกบอกว่า เธอมีความสับสนมากระหว่างการเสริมจมูกแบบ Closed (ปิด) และ การเสริมจมูกแบบ Open (เปิด) จนได้มารู้จักกับเทคนิค Semi Open จากคุณหมอโซอา ซึ่งเทคนิคนี้คือการเปิดแผลจากด้านในรูจมูกทั้งสองข้าง ซึ่งมีข้อดีและตอบโจทย์ความต้องการที่เราอยากได้
- ความแม่นยำสูง การเปิดแผลทั้งสองข้างจะทำให้คุณหมอสามารถมองเห็นโครงสร้างจมูกได้อย่างละเอียดกว่าการเสริมแบบปกติ (แบบปิด) และจะสามารถวางซิลิโคนในตำแหน่งที่ถูกต้องที่สุด ลดโอกาสการเบี้ยวหรือเอียงได้
- ปรับโครงสร้างได้มากกว่า สำหรับคนจมูกสั้นหรือปลายจมูกใหญ่ เทคนิคนี้จะช่วยแต่งปลายจมูกให้เรียวสวยขึ้นได้อีกด้วย
- แผลหายไว บวมช้ำน้อย แม้จะเป็นการผ่าตัดที่เปิดแผลมากกว่าปกติ แต่ด้วยเทคนิคเฉพาะของคุณหมอโซอา เนื้อเยื่อจะได้รับการกระทบกระเทือนน้อยมาก ทำให้บวมช้ำน้อย


3.ความประทับใจแรก เปลี่ยนจากความกลัวเป็นความเชื่อมั่น
ก่อนเข้าไปพบคุณหมอโซอา เต็มไปด้วยความกังวลและความกลัว แต่เมื่อได้พบกับคุณหมอแล้ว ช่วยคลายความวิตกกังวล และความกลัวไปได้เยอะมาก เพราะคุณหมอได้อธิบายรายละเอียดอย่างเป็นขั้นเป็นตอนทำให้เข้าใจได้ง่าย
เริ่มจากการวิเคราะห์รูปหน้าอย่างละเอียด คุณหมอบอกว่า ความสวยไม่ได้อยู่ที่จมูกที่โด่งที่สุด แต่อยู่ที่จมูกที่สมดุลกับใบหน้ามากที่สุด” ซึ่งสำหรับรูปหน้าแบบนี้ แนะนำทรงจมูกแบบ S-Curve ที่จะมีความสโลปตั้งแต่หัวตาและจะค่อยๆ พุ่งสวยไล่ระดับไปที่ปลายจมูก ทำให้หน้าหวานขึ้น และไม่แข็งทื่อ
นอกจากนี้คุณหมอยังได้เช็กเรื่องของเนื้อจมูกว่าสามารถรับความโด่งได้แค่ไหน เพื่อความปลอดภัยในระยะยาว ไม่ต้องกังวลกับปัญหาจมูกทะลุในอนาคต การได้เข้ามาปรึกษาครั้งนี้ ทำให้รู้สึกได้ว่า เราไม่ได้มาทำศัลยกรรม แต่เหมือนเรามาปรึกษา เพื่อออกแบบความงาม บนหน้าเรา กับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจริงๆ


4.วันที่รอคอย รีวิวขั้นตอนการเสริมจมูก Semi Open แบบละเอียด!!
ก่อนมาทำจมูกจะมีการบอกวิธีการเตรียมตัวอย่างละเอียด ทั้งการงดอาหารเสริม วิตามิน ยา และเตรียมร่างกายให้พร้อม
ขั้นตอนการเสริมจมูก Semi Open
1.ทำความสะอาดใบหน้า และรูจมูกอย่างละเอียด
2.ฉีดยาชา ขั้นตอนนี้จะรู้สึกเจ็บจี๊ด เพียงแป๊ปเดียว หลังจากนั้นเริ่มมีอาการชา จะรู้สึกแค่มีการขยับบริเวณจมูก แต่ไม่รู้เจ็บแล้ว
3.การผ่าตัดเทคนิค Semi Open คุณหมอจะเริ่มเปิดแผลทั้งสองข้างและค่อยๆวางซิลิโคนที่เหลามาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้เข้ากับฐานกระดูกจมูกที่สุด พร้อมมีการเช็คทรงเป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่านี่คือความเป๊ะที่สุดแล้ว
4.เย็บปิดแผล คุณหมอจะเย็บแผลปิดด้วยไหมขนาดเล็กมาก แทบไม่ทิ้งรอยแผลเป็น และไม่มีรอยแผลใดๆ บนใบหน้าเลย


5.ดูแลตัวเองหลังทำอย่างดี แค่ 7 วัน ชีวิตเปลี่ยน
คำถามยอดฮิตที่เจอถามบ่อยๆ หลังเสริมจมูกไป คือ ทำจมูกเจ็บมากไหม บอกได้เลยว่า ไม่เจ็บอย่างที่คิด หลังจากหมดฤทธิ์ยาชา จะมีความรู้สึกตึงๆ หน่วงๆ แต่ไม่เจ็บแล้ว กลับมาพักฟื้นต่อที่บ้านสบายๆ
- ช่วงระยะวันที่ 1-3 ต้องหมั่นคอยประคบเย็น เพื่อลดอาการบวม นอนหมอนหนุนสูงตลอด เพื่อไม่ให้จมูกได้รับการกระทบกระเทือน
- ช่วงระยะวันที่ 4-5 อาการบวมเริ่มยุบลงอย่างเห็นได้ชัด เริ่มเห็นสันจมูกเพิ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทำความสะอาดแผลตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด
- ครบ 7 วัน นี่คือจุดเปลี่ยน จมูกมีความบวมลดน้อยลงมาก ทรงจมูกชัด ได้ทรวจมูกสโลปปลายพุ่งกำลังดี รับเข้ากับสัดส่วนของใบหน้ามาก ทำให้หน้าโดยรวมดูหวานขึ้น ละมุนขึ้น
6.สวยจบ มั่นใจ ถ่ายรูปมุมไหนก็รอด
หลังทำจมูก สิ่งที่ได้เลยคือ ความมั่นใจ ชีวิตสะดวกสบายขึ้น ไม่ต้องเวลากับการแต่งหน้านาน ไม่ต้องเสียเวลาแต่งรูป พึ่งฟิลเตอร์อีกต่อไป จะถ่ายหน้าตรง มุมข้าง สันจมูกชัด ไม่หลอกตา และทำให้หน้าดูมีมิติมาก เจอใครๆ ก็ทัก เพื่อนๆ แฟนคลับ ว่าบอกหน้าดูหวานขึ้น


