

การทำ ตาสองชั้น เป็นหนึ่งในการทำศัลยกรรมยอดฮิตอันดับต้นๆ เพราะหลายๆ คนก็อยากจะมีดวงตากลมสวย เป็นธรรมชาติ แต่ในความนิยมนั้นก็เป็นการศัลยกรรมที่ปัญหาเกิดขึ้นสูงเช่นกัน มีเคสสำหรับ แก้ตาสองชั้น เกิดขึ้นเยอะจากหลายๆ ปัจจัย
หลายคนคิดว่า ถ้าทำตาสองชั้นออกมาแล้วไม่สวย ก็แค่ไปแก้ใหม่ เดี๋ยวก็ดี ความคิดนี้ในทางการแพทย์ แก้ตาพังทำได้ แต่การแก้ตาจะมีความยากและซับซ้อนกว่าการทำตาครั้งแรกมาก มาเจาะลึกกันว่า ทำไมการแก้ตาสองชั้น ถึงยากกว่าการทำตาครั้งแรก


8 ปัญหา ตาพัง ยอดฮิตที่มีเคสเข้ามาปรึกษามากที่สุด
- ชั้นตาใหญ่เกินไป (ตาหอยแครง) เกิดจากการดีไซน์ชั้นตาที่สูงเกินโครงสร้างจริง ทำให้หน้าดูมีอายุ และไม่เป็นธรรมชาติ
- ตาสองข้างไม่เท่ากัน อาจเกิดได้จากการเย็บที่ไม่เท่ากัน หรือการคำนวณแรงลืมตาของกล้ามเนื้อตาผิดพลาด
- ตาปรือ ตาดูง่วงนอน สาเหตส่วนใหญ่เกิดจากภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
- หลับตาไม่สนิท ปัญหานี้ ถือเป็นความอันตราย เกิดจากการตัดผิวหนังตาออกมากเกินไป ทำให้ตาแห้งและเคืองตาได้ตลอด
- ชั้นตาหลุด ปมไหมที่เย็บไว้หลุด ทำให้ตากลับมาหลบในหรือเป็นตาชั้นเดียวเหมือนเดิม
- แผลเป็นคีลอยด์ หรือแผลเป็นบริเวณที่หัวตา เกิดจากการเย็บแผลไม่เรียบร้อย เกิดรอยบุ๋มหรือนูนขึ้นได้ชัดเจน
- พังผืดใต้ผิวตา เมื่อเนื้อเยื่อจับตัวเป็นก้อน ทำให้รั้งชั้นตาลืมหรือหลับตาได้ไม่เป็นธรรมชาติ
- ชั้นตาสูงจนหน้าดุ ชั้นตาที่มีความลึกและสูงเกินไป ทำให้เบ้าตาดูโหล หน้าดูล้าและดูดุอยู่ตลอดเวลา
ทำไมการ แก้ตาสองชั้น ถึงยากและซับซ้อนกว่าการทำครั้งแรก?
1.มีพังผืดสะสมจากการผ่าตัดเดิม ทุกครั้งที่ผิวหนังถูกกรีดและเย็บร่างกายจะสร้างพังผืดขึ้นมาเพื่อสมานแผล ยิ่งเย็บ ยิ่งกรีด พังผืดก็จะหนาตัวและดึงรั้งเนื้อเยื่อรอบๆ ทำให้หมอจะแก้ไขได้ยากขึ้น เพราะพังผืดเหล่านี้จะเข้าไปบังโครงสร้างกล้ามเนื้อและไขมันตา
2.ต้องรื้อโครงสร้างเดิมทั้งหมด ก่อนเริ่มทำใหม่ การแก้ตา ไม่ใช่การกรีดทำใหม่ได้เลยทันที แต่แพทย์จะต้องทำการผ่าตัดเข้าไปเพื่อ รื้อปมไหมเดิม เลาะพังผืดที่รั้งอยู่ออก จัดระเบียบไขมันตาที่อาจขาดหายไปจากครั้งแรก จากนั้นจึงค่อยๆเริ่มสร้างโครงสร้างตาใหม่ ต้องใช้ความละเอียดและประณีตอย่างสูง
3.เนื้อเยื่อและผิวหนังตาเหลือน้อย ปัญหาที่ยุ่งยากที่สุดอย่างหนึ่งที่แพทย์ต้องเจอคือ ผิวหนังตาที่ถูกตัดออกไปแล้วจากการทำตาสองชั้นในครั้งแรก เนื้อตาของคนเราจะมีจำนวนจำกัด ถ้าถูกตัดหนังตาออกไปหมดแล้ว การจะดึงเนื้อมาเย็บใหม่ให้สวยงาม หรือแก้ไขชั้นตาให้เล็กลงจะทำได้ยาก
4.ต้องใช้ประสบการณ์และการวางแผนที่แม่นยำ โดยแพทย์จะทำการแก้ไขตาพังจะต้องมีความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาค (Anatomy) ของดวงตาเป็นอย่างดี ต้องสามารถประเมินได้ตั้งแต่ก่อนผ่าตัดว่า โครงสร้างด้านในถูกทำลายไปมากน้อยแค่ไหน ต้องมีการวางแผนอย่างรัดกุมและมีแผนการรักษาสำรองไว้ เพราะเมื่อเปิดแผลเข้าไปแล้ว อาจะเจอปัญหาซ่อนไว้อยู่ข้างในอีก
เทคนิคการเลือกแพทย์และคลนิกศัลยกรรมตา เจ็บแต่จบ ไม่ต้องแก้ซ้ำ
- ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ โดยแพทย์ที่ทำการผ่าตัดต้องเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง หรือจักษุแพทย์ตกแต่งเสริมสร้าง (Oculoplastic Surgeon) มีใบประกอบวิชาชีพถูกต้อง ตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของแพทยสภา
- ดูรีวิวตาสองชั้นที่มีความน่าเชื่อถือ ควรดูรีวิวเป็นภาพเคลื่อนไหว ทั้งขณะหลับตา ลืมตา ดูการขยับตัวของเปลือกตาที่เป็นธรรมชาติ และเลือกเคสรีวิวที่มีปัญหาใกล้เคียงกับตัวเองมากที่สุด
- ต้องเข้ารับการปรึกษาก่อนทำ แพทย์จะต้องอธิบายโครงสร้างตาตามความเป็นจริง บอกถึงข้อจำกัด ผลลัพธ์ที่ชัดเจนหลังทำ
- มาตรฐานของสถานพยาบาล คลินิกต้องสะอาด ได้รับอนุญาตถูกต้อง พร้อมอุปกรณ์ เครื่องมือ เทคโนโลยีที่เลือกใช้ทุกอย่างต้องมีมาตรฐานในระดับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ หรือระดับมาตรฐานสากล


ดวงตามีคู่เดียว ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดตั้งแต่ครั้งแรก
ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ และเป็นส่วนที่บอบบางที่สุดบนใบหน้า กาตัดสินใจ ทำตาสองชั้น หรือ ศัลยกรรมตา ใดๆ อย่ามองแค่เรื่องของราคาถูก หรือรีวิวที่ผ่านการแต่งภาพเกินจริง ต้องดูทั้งรีวิวภาพเคลื่อนไหว แพทย์ สถานพยาบาล ความน่าเชื่อ และแพทย์ที่เป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางจริงๆ จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่เพิ่มความมั่นใจ ให้ดวงตาคู่สวย











