

รอยแดงจากสิวเป็นปัญหาที่หลายคนพบเจอ แม้สิวจะหายไปแล้ว แต่รอยแดงยังคงอยู่เป็นเวลานาน สร้างความไม่มั่นใจและความกังวลใจให้กับผู้ที่ประสบปัญหานี้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอยแดงบนหน้าที่มักจะต้องใช้เวลานานกว่าจะจางลง ส่งผลให้ผิวหน้าดูไม่เรียบเนียน และกระทบต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ความจริงแล้ว รอยแดงจากสิวไม่ใช่เรื่องที่แก้ไขไม่ได้ เพราะเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยอย่าง VBeam Laser สามารถช่วยรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ด้วยผลการรักษาที่เห็นได้ชัดตั้งแต่ครั้งแรก พร้อมทั้งไม่มีบาดแผลและไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง ทำให้ VBeam Laser ได้รับการยอมรับเป็น Gold Standard สำหรับการรักษารอยแดงจากสิวทั่วโลก
สาเหตุของรอยแดงจากสิว
รอยแดงจากสิวมักเกิดขึ้นหลังจากสิวหายไปแล้ว เนื่องจากกระบวนการอักเสบของผิวหนังในช่วงที่สิวยังอยู่ ส่งผลให้เส้นเลือดฝอยบริเวณนั้นขยายตัวเพื่อส่งเม็ดเลือดขาว และสารอาหารที่จำเป็นมาซ่อมแซมส่วนที่บาดเจ็บในผิวหนัง ส่งผลให้มีการสะสมของเม็ดเลือดแดงบริเวณรอยสิวอย่างเป็นจำนวนมาก เมื่อการอักเสบสิ้นสุดลง รอยแดงจึงยังคงหลงเหลือในบริเวณนั้น และสามารถหายช้าได้ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและถูกวิธี การละเลยการดูแลรอยแดงเหล่านี้อาจนำไปสู่ปัญหารอยแผลเป็นหรือผิวที่ไม่เรียบเนียนตามมาในระยะยาว




วิธีการรักษารอยแดงจากสิว
การรักษารอยแดงจากสิวสามารถทำได้หลายวิธี แต่ละวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน
- ใช้ครีมบำรุงผิวที่มีสารต้านการอักเสบและช่วยฟื้นฟูผิว เช่น วิตามิน C และ Niacinamide ซึ่งช่วยลดรอยแดงและปรับสภาพผิวให้ดูดีขึ้น
- ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์โดยเฉพาะอย่าง VBeam Laser ซึ่งถือเป็น Gold Standard ที่ดีที่สุดในการรักษารอยแดงจากสิว เพราะสามารถเจาะจงรักษารอยแดงได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูง
VBeam Laser คืออะไร ทำไมถึงรักษารอยแดงจากสิวได้
VBeam Laser เป็นเครื่องเลเซอร์ชนิด Ultralong-Pulsed Dye Laser ซึ่งมีต้นกำเนิดจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยใช้ความยาวคลื่น 595 นาโนเมตร (nm) ที่เจาะจงดูดซับเม็ดเลือดแดงในหลอดเลือดโดยเฉพาะ จุดเด่นของ VBeam Laser คือการยิงพลังงานเลเซอร์ไปยังเส้นเลือดบริเวณรอยแดงสิวอย่างแม่นยำ ทำให้เส้นเลือดที่ขยายตัวถูกทำลายและรอยแดงค่อย ๆ จางลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ VBeam ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวลึก ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและกระชับขึ้นอีกด้วย
อีกทั้งเครื่อง VBeam ยังผสานเทคโนโลยี Dynamic Cooling Device™ (DCD™) ระบบความเย็นที่ปล่อยก๊าซเย็นก่อนยิงเลเซอร์ ช่วยลดความเจ็บปวดและปกป้องผิวจากความร้อนขณะทำการรักษา จึงมั่นใจได้ว่าผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นไปอย่างปลอดภัยและอ่อนโยนต่อผิว


ทำไม VBeam Laser ถึงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในการรักษารอยแดงจากสิว
VBeam Laser ได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมอันดับหนึ่งสำหรับรักษารอยแดงจากสิวด้วยหลายเหตุผลสำคัญ
- ใช้เทคโนโลยี Advanced Micro-Pulse Technology ที่ปล่อยคลื่นพลังงานเลเซอร์สีเหลืองที่มีความเข้มข้นสูงแต่เป็นคลื่นสั้น ทำให้สามารถลงลึกถึงชั้นผิวที่มีปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำร้ายผิวด้านบน
- เลเซอร์ถูกดูดซับโดย Oxyhemoglobin ในเม็ดเลือดแดงที่ก่อให้เกิดรอยแดง ทำให้รอยแดงและเส้นเลือดขยายจางลงอย่างปลอดภัย
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ช่วยลดเลือนจุดด่างดำและทำให้ผิวกระจ่างใส
- มีความปลอดภัยและอ่อนโยน เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางและแพ้ง่าย
- ไม่มีผลข้างเคียง เช่น รอยแผลเป็น หรือผิวลอกหลังการรักษา
- ผ่านการรับรองและมีงานวิจัยรองรับมากมาย รวมถึงได้รับรางวัล ATnT CHOICE AWARDS ซึ่งเป็นเครื่องการันตีถึงประสิทธิภาพและความไว้วางใจจากผู้ใช้จริง


ด้วยความเป็นนวัตกรรมเลเซอร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาปัญหารอยแดงและเส้นเลือดโดยเฉพาะในการใช้ความยาวคลื่นเฉพาะที่ดูดซับโดยเม็ดสีแดงในผิว ทำให้ช่วยลดรอยแดงได้อย่างแม่นยำ ไม่ทำร้ายผิวรอบข้างจึงทำให้ VBeam Laser สามารถให้การรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุด เห็นผลลัพธ์ที่ดีได้อย่างชัดเจน และไม่มีบาดแผลหลังการรักษา และมีรางวัลการันดีมากมายที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าทุกท่านที่เลือกใช้ VBeam Laser ในการรักษารอยโรคและดูแลผิว
ผลลัพธ์หลังการรักษาด้วย VBeam Laser
ผู้ที่ได้รับการรักษาด้วย VBeam Laser จะพบว่ารอยแดงจางลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ หลังจากเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง รอยแดงจะดีขึ้นกว่า 80% และผิวจะเรียบเนียนขึ้นจากการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน นอกจากนี้ ยังไม่มีบาดแผลหลังยิงเลเซอร์ สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวแพ้ง่าย
- รอยแดงจางลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ครั้งแรก
- หลังการรักษา 3-5 ครั้ง รอยแดงดีขึ้นกว่า 80%
- ผิวเรียบเนียนขึ้นจากการกระตุ้นคอลลาเจน
- ไม่มีแผลหลังยิงเลเซอร์
- สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที
- เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวแพ้ง่าย








VBeam Laser เหมาะสำหรับปัญหาผิวแบบไหนบ้าง ?
- ผู้ที่มีรอยแดงจากสิวค้างนานหลงเหลือบนใบหน้า
- ผู้ที่เป็นสิวอักเสบเรื้อรังซึ่งมีโอกาสเกิดรอยแดงได้ง่าย
- ผู้ที่มีปัญหาเส้นเลือดฝอยแตกบริเวณใบหน้าและขา
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์เร็ว โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน
- ผู้ที่มีปัญหาความหมองคล้ำ รอยดำ และริ้วรอยบนใบหน้า
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิว เพิ่มความกระจ่างใส และมีความสมบูรณ์มากขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหารอย Age Spots (จุดด่างดำจากวัย)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ VBeam Laser
Q: VBeam Laser เจ็บไหม ต้องทายาชาหรือเปล่า?
A: ผู้รับการรักษาจะรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เจ็บผิว และไม่ต้องทายาชา หรือฉีดยาชาก่อนการรักษา เนื่องจากระบบฉีดพ่นความเย็นของเครื่องจะเป็นตัวช่วยลดระดับพลังงานความร้อนที่อาจเกิดขึ้นที่ผิวชั้นบน นอกจากนี้ยังใช้เวลาในการ รักษาเพียง 10-15 นาทีต่อครั้ง
Q: ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล?
A: เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก แนะนำ 3-5 ครั้ง ห่างกัน 3-4 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ดีที่สุด
Q: หลังยิงเลเซอร์กี่วันกลับมาแต่งหน้าได้ไหม ?
A: สามารถแต่งหน้าได้ทันที รอยแดงเล็กน้อยจะหายใน 1-2 วัน
Q: ต้องเตรียมตัวก่อนรักษาอย่างไร?
A: หลีกเลี่ยงครีมกระตุ้นผิว (Retinoid, AHA, BHA) 1 สัปดาห์, หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด 2 สัปดาห์, ไม่แต่งหน้าตอนมารักษา และงดแอลกอฮอล์หรือยาบางชนิดที่อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก
Q:หลังรักษาด้วย Vbeam Laser ควรดูแลผิวอย่างไร
A: การดูแลผิวหลังรับการรักษารอยแดงจากสิวด้วย Vbeam Laser นั้นทำได้ง่ายมาก เพราะเป็นเลเซอร์ที่อ่อนโยนและปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีโดยไม่ต้องหยุดพัก


ข้อแนะนำในการดูแลผิวหลังทำ Vbeam Laser
- รักษาความต่อเนื่องในการทรีตเมนต์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำให้รับการรักษารอยแดงจากสิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและผิวที่ดูดีขึ้นอย่างชัดเจนในระยะยาว - เสริมด้วยการบำรุงผิวและทรีตเมนต์เพิ่มเติม
ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ฟื้นฟูเซลล์ผิว และทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น เพื่อเสริมประสิทธิภาพของ Vbeam Laser ในการลดรอยแดงจากสิว - ทาครีมกันแดดทุกวัน
รังสี UV เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รอยแดงจากสิวดูชัดเจนขึ้นและเกิดความเสียหายต่อผิว การใช้ครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวันจะช่วยปกป้องผิวและรักษาผลลัพธ์จากการรักษาด้วย Vbeam Laser ให้คงอยู่ยาวนานขึ้น
ผลลัพธ์ของการรักษาด้วย VBeam Laser
1.กำจัดรอยแดงจากสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Vbeam Laser เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ชั้นนำที่ออกแบบมาเพื่อดูดซับและลดเลือนรอยแดงจากสิวได้อย่างรวดเร็ว ด้วยคลี่นแสงเฉพาะที่มุ่งตรงสู่หลอดเลือดและรอยแดงบนผิว ผู้รับการรักษาจะสังเกตเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก โดยรอยแดงจากสิวจะจางลงอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง ผิวจะดีขึ้นประมาณ 75-90% พร้อมทั้งช่วยปรับสภาพสิวอักเสบและรอยหลุมสิวให้ดูดีขึ้นตามลำดับ
2.ลดเลือนรอยดำและริ้วรอย เผยผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
Vbeam Laser ไม่เพียงแต่กำจัดรอยแดงจากสิว แต่ยังช่วยขจัดเม็ดสีเมลานินที่สะสมใต้ผิว ทำให้รอยดำและจุดด่างดำจางหายไป ผิวหน้าจึงดูกระจ่างใสและสม่ำเสมอมากขึ้น นอกจากนี้ เลเซอร์ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง ช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้น ผิวเรียบเนียน ริ้วรอยตื้นลง และใบหน้ากลับมาดูอ่อนเยาว์สดใสอีกครั้ง
3.ช่วยแก้ไขปัญหาเส้นเลือดฝอยขยายและปานแดง
ด้วยประสิทธิภาพระดับโลกของ Vbeam Laser ในการรักษาเส้นเลือดฝอยขยายที่ใบหน้าและขา รวมถึงปานแดง ทำให้มีงานวิจัยทางการแพทย์ตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำกว่า 300 ฉบับทั่วโลกที่ยืนยันถึงผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ซึ่งถือเป็นหลักประกันความน่าเชื่อถือในการเลือกใช้ Vbeam Laser เพื่อแก้ไขปัญหาผิวของคุณ










VBeam Laser เลเซอร์รักษารอยแดงจากสิวที่ผู้ใช้บริการจริงที่ THE KLINIQUE รีวิวว่าดีที่สุด
เทคโนโลยี VBeam Laser ด้วยความยาวคลื่น 595 nm ที่ถูกออกแบบมาให้ดูดซับเม็ดเลือดแดงและเม็ดสีเมลานินอย่างเฉพาะเจาะจง VBeam Laser จึงเป็น Gold Standard สำหรับรักษารอยแดงจากสิวและปัญหาเส้นเลือดที่มีสีแดงทุกชนิดอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ปลอดภัยต่อผิว และได้รับการรับรองมาตรฐาน US FDA ทำให้ VBeam Laser เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการรักษารอยแดงจากสิวให้หายอย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน
เพราะความมั่นใจของคุณคือความสุขของเรา ให้ THE KLINIQUE ดูแลคุณ
สอบถามโปรโมชั่นหรือปรึกษาปัญหาผิวและรูปร่างฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย!
Line OA: http://bit.ly/TheKlinique











