

หลายคนเมื่อตื่นเช้ามาส่องกระจก จะเห็นถุงป่องๆใต้ตา อาจจะยังไม่แน่ใจว่า สิ่งที่เห็นนั้น คือ ถุงใต้ตา หรือ แค่อาการตาบวม ผลพวงจากการนอนกันแน่? ซึ่งทั้งสองอย่างนี้อาจดูคล้ายกัน แต่ในทางการแพทย์นั้น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ลองเช็กด้วยวิธีง่ายๆ ด้วย 4 สัญญาณ พร้อมแนวทางการรักษาที่ตอบโจทย์ในแต่ละช่วงวัย
4 วิธีเช็ก ถุงใต้ตา VS ตาบวม
ลองใช้เทคนิค 4 ข้อนี้ในการสังเกตดูว่า สิ่งที่เห็นอยู่นั้น คือไขมันสะสมถาวรหรือของเหลวคั่งค้างชั่วคราว
1.สังเกตจากช่วงเวลาที่บวม
หากตื่นมาแล้วตาบวมเป่ง แต่เมื่อพอเวบาผ่านไป อาการบวมค่อยๆยุบลงจนเกือบปกติ นั้นอาจจะเป็นแค่เพียงอาการตาบวมชั่วคราว ซึ่งเกิดจากการที่ระบบไหลเวียนเลือดและน้ำเหลืองทำงานช้าลงขณะนอนหลับ แต่ถ้าเป็น ถุงใต้ตาไม่ว่าจะเวลาไหน ผ่านไปจนหมดวันก็ยังมีความป่องความนูนอยู่อย่างชัดเจน
2.สัมผัสความบวมใต้ตา
ใช้นิ้วสะอาดๆ กดลงไปบริเวณใต้ตาที่บวมเบาๆ หากกดแล้วรู้สึกนิ่ม ผิวหนังยุบตัวได้ง่ายตามนิ้ว หรือขยับตามแรงกดมักจะเป็นอาการบวมน้ำ แต่หากกดลงไปแล้วรู้สึกเป็นก้อน สัมผัสได้ถึงความแน่น ไม่ยุบ ไม่หายไปไหน นั่นคือ ถุงใต้ตาแท้ ซึ่งเกิดจากก้อนไขมัน ที่พุ่งออกมาข้างหน้าเนื่องจากผนังกั้นไขมันใต้ตาอ่อนแรงลง
3.เช็กไลฟ์สไตล์ ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่าน
พฤติกรรมของการกินและการนอน คือ ตัวแปรสำคัญ!
- นอนพักผ่อนน้อยกว่า 5 ชั่วโมง
- ทานอาหารรสจัด หรืออาหารเค็มจัด โซเดียมสูง
- ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
- ดื่มแอลกอฮอลล์
ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ร่วงกายกักเก็บน้ำไว้ใต้ผิวหนัง ส่งผลใมห้ตาบวมแบบชั่วคราว แก้ไขด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ลดอาหารรสจัด ลดโซเดียม ก็จะช่วยลดอาการตาบวมได้
4.ความต่อเนื่องของอาการบวม
อาการตาบวมชั่วคราว จะมีลักษณะเป็นๆ หายๆ ตามสภาพร่างกายและปัจจัยในแต่ละวัน แต่ถ้าถุงใต้ตา จะปรากฏให้เห็นอยู่ทุกวันและทุกช่วงเวลา และยิ่งอายุมากขึ้นก็มีโอกาสขนาดเห็นชัดมากยิ่งขึ้น เพราะผิวหนังที่อุ้มไขมันไว้จะเริ่มหย่อนคล้อยตามกาลเวลา


ถุงใต้ตา กวนใจ รักษาอย่างไรให้เห็นผล?
สำหรับปัญหาถุงใต้ตา หากทาครีมบำรุงอาจช่วยได้เพียงแค่เรื่องของความชุ่มชื้นและความหมองคล้ำใต้ตาเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะไม่สามารถทำให้ก้อนไขมันหายไปได้ วิธีการรักษาต้องทำการ ผ่าตัดถุงใต้ตา เพียงเท่านั้น โดยจะใช้ 2 เทคนิคหลักๆ ในการรักษา ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล


1.การผ่าตัดถุงใต้ตา แผลใน (เป็นวิธียอดนิยิม เหมาะกับกลุ่มวัยรุ่น คนทำงาน อายุไม่มาก)
- คุณหมอจะทำการเปิดแผลบริเวณเยื่อบุภายในเปลือกตาล่าง เพื่อเข้าไปดึงไขมันส่วนเกินออก
- ข้อดี จะไม่เห็นแผลภายนอก บนใบหน้า ไม่ต้องตัดไหม สามารถใช้ไหมลละลายได้ บวมช้ำน้อย พักฟื้นไว
- เหมาะกับคนที่มีถุงใต้ตาที่ยังมีความยืดหยุ่นดี ไม่หย่อนคล้อย


2.การผ่าตัดถุงใต้ตา แผลนอก (เทคนิคนี้เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ)
- เป็นการผ่าตัดผ่านผิวหนังใต้ตาล่าง-ที่ต้องเป็นแผลบริเวณด้านนอก เพราะผู้ที่มีอายุมากแล้ว ใต้ตาจะมีความหย่อนคล้อยมาก หากนำแค่ไขมันออก ผิวหนังที่เหลือจะมีความเหี่ยวฟีบเหมือนลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม ดังนั้นจึงต้องทำการตัดผิวหนังส่วนเกินออกร่วมด้วย พร้อมกับการจัดเรียงไขมันใหม่ เพื่อให้ใต้ตาเรียบตึงขึ้น
- ข้อดี ช่วยแก้ปัญหาได้ครบ ทั้งเรื่องถุงใต้ตา ริ้วรอย ความหย่อนคล้อยรอบดวงตา เมื่อทำแล้ว ผลลัพธ์จะช่วยให้ดูอ่อนเยาว์อีกด้วย
ควรจัดการกับ ถุงใต้ตา ตอนไหนดี?
เรื่องของการมีถุงใต้ตา ไม่ใช่เรื่องอันตราย แต่อาจส่งผลในเรื่องของความมั่นใจ และทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า ดูมีอายุ เป็นเรื่องที่คอยกวนใจ การผ่าตัดถุงใต้ตาออก เป็นทางออกที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเทคนิคการผ่าตัดแผลนอกหรือแผลใน เทคนิคแบบไหน ต้องเลือกทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ สถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและสวยงาม














