“ทำไมทำตาสองชั้นมาแล้ว ตาดูปรือหรือง่วงกว่าเดิม?”

Expert Ophthalmologist Dr. Son analyzing eyelid muscle function for revision surgery

ทำตาสองชั้นมาแล้ว แต่ทำไมยัง “ตาปรือ” เหมือนคนง่วงนอน
จาะลึกสาเหตุและวิธีแก้ไขตาสวยคมชัดแบบฉบับ “หมอสน” 

การตัดสินใจศัลยกรรม ตาสองชั้น ย่อมคาดหวังกับผลลัพธ์ที่จะได้ ตากลมโต สดใส และดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น กลับมาหลายเคสที่เมื่อทำ ตาสองชั้น ไปแ้ว กลับได้ผลลัพธ์ ที่น่าผิดหวัง เช่น ตาที่ดูง่วงกว่าเดิม หรือ ตาปรือ ตาลืมไม่ค่อยขึ้น ทั้งๆที่ก็มีเส้นตาที่ชัดแล้ว

โดยปัญหานี้ สาเหตุเกิดขึ้นได้กับคนที่ ทำตาสองชั้น โดยขาดทักษะที่ชำนาญการของแพทย์ หรือการทำโดยแพทย์ทั่วๆไป ไม่ใช่แพทย์เฉพาะทาง หรือ ศัลยแพทย์ตกแต่ง การทำตาต้องอาศัย ฝีมือ และความเชี่ยวชาญ มากกว่าการแค่กรีดตาเฉยๆ แล้วจบ

3 สาเหตุหลัก ทำตาสองชั้นแล้ว ทำไมยังดู “”ตาปรือ” เหมือนคนง่วงนอน
Expert Ophthalmologist Dr. Son analyzing eyelid muscle function for revision surgery

  1. ชั้นตาที่ “หนาเกินไป” (High Crease) ตัวการหน้าพัง

หนึ่งในสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ทำตามาแล้วดูปรือ คือการออกแบบชั้นตาที่ ใหญ่เกินพอดี หรือที่เรียกกันว่า “ตาหอยแครง” (Sausage Lids) หลายคนเข้าใจผิดว่ายิ่งชั้นตาใหญ่ ตายิ่งดูโต แต่ในความเป็นจริง หากแพทย์ออกแบบชั้นตาให้สูงเกินไป แรงของกล้ามเนื้อที่ใช้ดึงเปลือกตาขึ้นจะทำงานได้ยากขึ้น เปรียบเสมือนเราพยายามพับผ้าที่หนาและหนักเกินไป ทำให้ลืมตาได้ไม่สุด ผลที่ตามมาคือดวงตาดูปรือ หนักหนังตา และดูง่วงนอนตลอดเวลา

เทคนิคของคุณหมอสน : หัวใจสำคัญคือการ “Design” โดยคุณหมอสนจะเน้นการวัดสัดส่วนของชั้นตาให้พอดีกับระยะห่างระหว่างคิ้วและลูกตา เพื่อให้กล้ามเนื้อตาทำงานได้สะดวกที่สุด ชั้นตาที่สวยต้องส่งเสริมให้ดวงตาดู “เปิด” ไม่ใช่ดู “ปิด”

  1. ปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) ที่ถูกมองข้าม

นี่คือจุดบอดที่ใหญ่ที่สุดของงานศัลยกรรมตา หลายคนมีอาการ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (คือภาวะที่ขอบตาบนตกลงมาปิดตาดำมากกว่าปกติ) แต่แพทย์ที่ขาดประสบการณ์อาจจะมองว่าเป็นแค่ปัญหาหนังตาตกธรรมดา จึงทำการกรีดตาสองชั้นไปโดยไม่ได้แก้ไขกล้ามเนื้อตา

ผลลัพธ์ที่ได้คือ : จะมีเส้นตาที่ชัดขึ้น แต่ตายังคงดูปรือเหมือนเดิม และที่หนักกว่านั้นก็คือ เมื่อมีเส้นตาใหม่มาดึงรั้ง แต่กล้ามเนื้อตาไม่มีแรงยก จะยิ่งส่งผลทำให้ตาดูง่วงและไม่เท่ากันอย่างรุนแรง

ความเชี่ยวชาญของหมอสน: ก่อนเริ่มเคส หมอสนจะทำการทดสอบแรงยกของกล้ามเนื้อตา (Levator Function) อย่างละเอียด หากตรวจพบภาวะอ่อนแรง คุณหมอจะใช้วิธี “ปรับกล้ามเนื้อตา” ร่วมกับการทำตาสองชั้น เพื่อให้หลังทำ แววตาดูสดใส ตาดำเปิดชัดเจน ไม่ใช่แค่มีขีดบนเปลือกตาเพิ่มขึ้นมาเฉยๆ

  1. การจัดเรียงไขมันที่ไม่เหมาะสม

ภายในเปลือกตาเราจะประกอบด้วยชั้นไขมันที่ซับซ้อน หากแพทย์ตัดไขมันออกมากเกินไป จะทำให้ตาดูโหล ลึก และดูมีอายุ (Sunken Eyes) ซึ่งภาพรวมจะทำให้หน้าดูเพลีย แต่ถ้าตัดออกน้อยเกินไป หรือไม่จัดเรียงใหม่ หนังตาก็จะยังดูหนาเตอะทับชั้นตา ทำให้ตาดูปรืออยู่ดี

เทคนิคพิเศษของหมอสน: คุณหมอสนจะใช้เทคนิค “จัดเรียงไขมัน” (Fat Repositioning) แทนการตัดทิ้งเพียงอย่างเดียว เพื่อเติมเต็มร่องลึกและลดความอูมในจุดที่จำเป็น ทำให้ผิวเปลือกตาเรียบเนียน ลืมตาแล้วดูละมุน ไม่ดูเหนื่อยล้า

  1. ความชำนาญของแพทย์: ความต่างระหว่าง “ทำเป็น” กับ “ทำสวย”

การศัลยกรรมตาเป็นงานที่อาศัยความละเอียดเป็นอย่างมาก แพทย์ต้องเข้าใจทั้งเรื่องของโครงสร้างกระดูกเบ้าตา ทิศทางการลืมตาของกล้ามเนื้อ และปริมาณหนังตาที่ควรตัดออก หากแพทย์ขาดความชำนาญ ผลลัพธ์อาจเกิดการดึงรั้งของแผลที่ไม่เป็นธรรมชาติ หรือการเย็บยึดชั้นตาที่ตึงเกินไปจนทำให้ลืมตาลำบาก ทั้งหมดนี้ส่งผลให้เกิดอาการ “ตาปรือ” หลังทำ

Expert Ophthalmologist Dr. Son analyzing eyelid muscle function for revision surgery

ทำไมต้อง “หมอสน” หากไม่อยากเจอปัญหาตาปรือ?

จากเคสของ คุณปีใหม่ (กัญญารัตน์ บุญเขื่อง) นักแสดงหนังสั้น ที่เคยประสบปัญหาชั้นตาหลบในและแต่งหน้ายาก จะเห็นได้ชัดว่าการเลือกแพทย์ที่ “มองขาด” ตั้งแต่แรกสำคัญแค่ไหน หมอสน ไม่ได้มองแค่การสร้างเส้นชั้นตา แต่คุณหมอมองถึง “ภาพรวมของใบหน้า” และ “ฟังก์ชันการทำงานของดวงตา” เป็นหลัก

  • วิเคราะห์ลึกถึงต้นตอ: แยกแยะให้ออกระหว่างหนังตาตกตามอายุ หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
  • ปรับแก้ให้ตรงจุด: หากปรือจากกล้ามเนื้อ ก็ต้องแก้กล้ามเนื้อ หากปรือจากหนังตาเกิน ก็ต้องกรีดตัดออกอย่างพอเหมาะ
  • ความละเมียดละไม: การเย็บแผลที่ประณีตช่วยให้ลดการบวมช้ำ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตาดูปรือในช่วงแรกหลังทำ

ตาสวยต้องเริ่มจากการ “เลือก”

คำว่า “ตาสวย” ไม่ได้แปลว่าชั้นตาต้องใหญ่ แต่แปลว่าดวงตาต้องดู สดใส มีชีวิตชีวา และสื่อสารอารมณ์ได้ชัดเจน

THE KLINIQUE

THE KLINIQUE (เดอะคลีนิกค์) ผู้นำอันดับ 1 นวัตกรรมยกกระชับปรับรูปหน้าและลดริ้วรอย ระดับเอเชียแปซิฟิค ตอบโจทย์ทุกศาสตร์ความงามให้กับ ทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย เพื่อความงามอย่างเป็นธรรมชาติในแบบฉบับของตัวเอง เน้นประสิทธิภาพการรักษาจากการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และนวัตกรรมทางการแพทย์มาตรฐานสหรัฐอเมริกา USFDA และยุโรป ทั้งนี้ด้านการยกกระชับ ปรับรูปหน้า ดูแลรูปร่าง ปัจจุบัน THE KLINIQUE มีเทคโนโลยีท่ีดีที่สุด และได้รับมอบรางวัลผ้นำอันดับ 1 ทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติทําให้เดอะคลีนิกค์ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดตามเรา