

หลายคนเจอกับปัญหาตาที่ดูเหนื่อยล้า ส่งผลใ้ห้หน้าดูง่วงนอนตลอดเวลา ทั้งที่ก็พักผ่อนเพียงพอ แต่ก็ยังไม่หายจากอาการนี้ หลายคนเลยตัดสินใจแก้ด้วยการ ทำศัลยกรรมตาสองชั้น เพราะเข้าใจว่า จะช่วยให้ชั้นตาชัดขึ้น จะช่วยทำให้ดวงตาดูโต ดูสดใสขึ้น แต่จะขอบอกไว้เลยว่า มันไม่ใช่แค่การทำตาส่องชั้น และมีหลายเคสที่แก้ด้วยการทำตาสองชั้นแต่ผลลัพธ์ที่ได้คือตายังปรือ และบางคนก็ดูหน้าง่วงมากขึ้นกว่าเดิม
ตาง่วง ตาปรือ ทำไมแค่ทำตาสองชั้น ถึงไม่ช่วยอะไร?


นั้นเป็นเพราะปัญหาที่แท้จริงนั้น ไม่ได้อยู่ที่ “ชั้นตา” แต่ปัญหาอยู่ที่ “กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง” ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องอาศัยการแก้ไขด้วยจักษแพทย์เฉพาะเท่านั้น ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ถึงต้นเหตุ มากกว่าการสร้างรอยพับชั้นตาเพื่อตาคมชัด


ในเคสของคุณอูม ปันสุข (คุณโสรยา อุภัยพรหม) ที่มีดวงตาที่กลมโต แต่กลับเหมือนคนที่ลืมตาขึ้นได้ไม่สุด มีอาการตาปรือ หน้าดูง่วง ดูเหนื่อยล้า ขาดความสดใส โดยตอนแรกคิดว่าการทำศัลยกรรมตาสองชั้นอาจะช่วยได้ แต่เมื่อได้มาปรึกษากับคุณหมอเอิง ซึ่งเป็น จักษุศัลยแพทย์ ชำนาญเกี่ยวกับเรื่องของดวงตาโดยตรง การทำตาสองชั้นไม่ใช่แค่ทำเพื่อความสวยงาม แต่ยังเป็นการทำเพื่อการรักษาที่ได้ผลลัพธ์ออกมาได้ดวงตาคู่สวย
ซึ่งคุณหมอได้อธิบายถึงการแกไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงว่า ไม่อาจทำการรักษาด้วยการทำตาสองชั้น หรือกรีดตาเพื่อให้ชั้นตาคมชัดเพียงอย่างเดียว เพราะจะไม่สามารถช่วยในเรื่องของอาหารตาล้า ตาตกได้ เพราะต้นเหตุของตาง่วง ตารือ อยู่ที่กล้ามเนื้อของตา จึงต้องแก้ที่ต้นเหตุเพื่อจะได้เปลี่ยนชีวิตและบุคลิกให้ดูดีขึ้นได้


1.การทำตาสองชั้นอย่างเดียว ไม่เท่ากับการหายตาปรือ
หลายคนเข้าใจเกี่ยวกับ การทำตาสองชั้น (Double Eyelid Surgery) คือการสร้างรอยพับบนเปลือกตาเท่านั้น แต่ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) คือภาวะที่กล้ามเนื้อยกเปลือกตา (Levator Muscle) ทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้ขอบตาบนตกลงมาปิดตาดำมากกว่าปกติ
ถ้ากล้ามเนื้อไม่มีแรงยก ต่อให้มีชั้นตาที่หนาหรือชัดแค่ไหน ก็ส่งผลทำให้ดวงตายังดูปรือ หรือตาง่วงอยู่ดี ยิ่งถ้าหากเป็นคนที่มีชั้นตาที่หนาเกินไปอาจยิ่งไปเพิ่มน้ำหนักให้เปลือกตา ยิ่งส่งผลทำให้ลืมตายากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย
ดังนั้น การแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุที่แท้จริง เพื่อให้ดวงตาเปิดกว้างสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่แค่เป็นเพียงการมีขีดบนตาเพิ่มขึ้นมา
2.เช็กด่วน! กำลังอยู่ในภาวะ เกร็งคิ้ว เพื่อลืมตาอยู่หรือเปล่า
โดยปกติคนที่มีปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง มักจะชอบ “เลิกคิ้ว” หรือเกร็งหน้าผาก เพื่อช่วยพยุงเปลือกตาให้เปิดขึ้น แล้วผลที่ได้ตามมาก็คือ มีริ้วรอยเหี่ยวย่นที่บริเวณหน้าผาก (หน้าผากย่น) คิ้วองข้างสูงไม่เท่ากัน ปวดกระบอกตา หรือตาล้าได้ง่ายในระหว่างวัน
เมื่อแก้ไขด้วยโปรแกรม แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ผลลัพธ์ที่จะเห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ จะสามารถลืมตาได้อย่างเต็มที่แบบไม่ต้องพยายาม หน้าผากจะคลายตัวลง คิ้วจะกลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม แววตาดูสดใสขึ้นทันทีโดยไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์เวลาถ่ายรูปอีกต่อไป


3.เจาะลึกโปรแกรมแก้ขโครงสร้าง แก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ที่ต้องแก้ไขเชิงลึก เพราะมากกว่าความสวย คือ ความสมบูรณ์แบบของดวงตา เพื่อให้ดวงตาดูสดใส โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Oculoplastic จะใช้เทคนิคการผสมผสานเพื่อให้ตอบโจทย์ปัญหาของแต่ละบุคลิกได้อย่างละเอียด แม่นยำ และตรงจุดที่สุด ซึ่งในเคสของคุมอูม ปันสุข คุณหมอจักษุ ได้ใช้เทคนิคดังนี้
3.1 มัดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis Correction)
หัวใจสำคัญของเคสนี้ คือการปรับความตึงของกล้ามเนื้อยกเปลือกตาใหม่ ให้มีแรงดึงที่พอดี ทำให้ตาดำเปิดกว้างมากขึ้น (โดยปกติควรเห็นตาดำประมาณ 90%)
3.2 ตัดหนังตาบน และ หนังตาล่าง
เมื่ออายุมากขึ้นหรือมีการขยี้ตาบ่อยๆ หนังตาจะเริ่มหย่อนคล้อย การตัดหนังตาที่เกินออกจะช่วยลดความหนาของเปลือกตา และในส่วนการจัดการหนังตา ถุงใต้ตาข้างล่าง จะช่วยให้ใบหน้าโดยรวมดูเด็กขึ้น
3.3 จัดเรียงไขมันตาบน (Fat Repositioning)
สำหรับเคสที่มีตาอูม หรือ ตาโหลลึก จักษุแพทย์จะทำการจัดเรียงไขมันใหม่ ไม่ใช่แค่การตัดทิ้ง เพื่อให้เปลือกตามีวอลลุ่มที่พอดี เรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์
3.4 ตัดยกกระชับหนังตาตก (Sub-brow Lift)
เทคนิคนี้ช่วยเก็บซ่อนแผลไว้ใต้ขอบคิ้ว เหมาะมากสำหรับคนที่มีเนื้อตาช่วงหางตาตกเยอะ ช่วยให้ดวงตาดูเชิดสวยและเปิดกว้างขึ้นโดยไม่เปลี่ยนทรงตาเดิมจนเกินไป


4.ทำไมต้องเลือกแพทย์ Oculoplastic (จักษุแพทย์เฉพาะทางตกแต่ง)
การศัลยกรรมตาเป็นงานที่ต้องใช้ความประณีตระดับสูง แพทย์ที่เป็น Oculoplastic Surgeon จะมีความชำนาญเป็นพิเศษ ทั้งในเรื่องของ :
- Anatomy ของดวงตา เข้าใจระบบประสาท กล้ามเนื้อ และท่อน้ำตาอย่างละเอียด
- ความปลอดภัยของดวงตา เพราะการทำศัลยกรรมตา จะต้องคำนึงถึงการปิดตาที่สนิท แลปกป้องดวงตาเป็นสำคัญ
- ความแม่นยำ การปรับแรงมัดกล้ามเนื้อตาต้องทำอย่างพอดี ไม่ตึงจนตาเหลือก และไม่หย่อนจนทำให้หน้าดูง่วง

















